โดย อาจารย์มนัสกวิญ ชางประยูร
ในฐานะ Executive ความท้าทายที่สำคัญคือการสร้าง Personal Brand ให้โดดเด่น ในขณะเดียวกันก็ต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Corporate Brand (แบรนด์องค์กร) การบริหารความสมดุลนี้อย่างมีกลยุทธ์ (Brand Balance) เป็นสิ่งจำเป็น เพราะ Personal Brand ที่แข็งแกร่งสามารถกลายเป็น Asset ที่เพิ่มความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจให้กับธุรกิจได้หลายเท่าตัว
1. การสร้างความสมดุลผ่าน Shared Values และ Vision
กุญแจสำคัญในการสร้างสมดุลคือการทำให้ Personal Brand และ Corporate Brand สื่อสาร ค่านิยม และ วิสัยทัศน์ หลักที่สอดคล้องกัน:
Values Alignment: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรื่องราวที่คุณสื่อสารในฐานะบุคคล (เช่น ความเชื่อในเรื่องความโปร่งใส หรือนวัตกรรม) ตรงกับพันธกิจและค่านิยมหลักขององค์กร
Visionary Messaging: ใช้ Personal Brand เป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารวิสัยทัศน์ระยะยาวขององค์กร การที่คุณเป็นผู้ที่กล้าพูดถึงอนาคต จะช่วยให้ Corporate Brand ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าและล้ำสมัย
Consistent Tone: กำหนด Tone of Voice ในการสื่อสารส่วนตัวที่แม้จะดูเป็นกันเองกว่า แต่ก็ยังคงความเป็นมืออาชีพและสอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสารขององค์กร
2. การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน (Boundary Setting)
แม้ว่า Personal Brand จะเสริมองค์กร แต่การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ภาพลักษณ์ส่วนตัวอาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจ:
Content Pillars Separation: กำหนดสัดส่วนของคอนเทนต์ที่เน้นเรื่องส่วนตัว (เช่น Lifestyle, Hobby) ให้ชัดเจน และแยกออกจากคอนเทนต์ที่เน้นความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ (Expertise)
Crisis Protocol: ตกลงกับทีมงานและองค์กรเกี่ยวกับแนวทางการจัดการสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการสื่อสารส่วนตัว การรู้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการตอบโต้ (Spokesperson) ช่วยให้ควบคุมสถานการณ์ได้
Personal Opinion Disclaimer: ในประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง ควรระบุอย่างชัดเจนว่ามุมมองดังกล่าวเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคล และไม่ได้สะท้อนถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการขององค์กรเสมอไป
3. การใช้ Personal Brand เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือองค์กร
Personal Brand ที่ประสบความสำเร็จคือการใช้ความน่าเชื่อถือส่วนตัวเพื่อยกระดับแบรนด์ที่ตนเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า CEO Endorsement:
The Human Face of the Brand: ในยุคที่ผู้คนไม่ไว้ใจองค์กรขนาดใหญ่ การให้ Executive ออกมาเป็น 'หน้าตา' ของแบรนด์ จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความเป็นมนุษย์ให้กับ Corporate Brand
Thought Leadership Endorsement: ใช้แพลตฟอร์มส่วนตัวของคุณเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ขององค์กรในรูปแบบของ 'Insight' หรือ 'โซลูชั่น' แทนการโฆษณาโดยตรง
Crisis Communication: ในช่วงวิกฤต การที่ Executive ออกมาสื่อสารด้วยตัวเองจะช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับ Stakeholders ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแถลงการณ์จากองค์กรเพียงอย่างเดียว