เพราะตับไตไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เตือนสติคนซื้อยาตามหน้าจอ และ สายเอฟอาหารเสริมตามรีวิว

#เพราะตับไตไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เตือนสติคนซื้อยาตามหน้าจอ และ สายเอฟอาหารเสริมตามรีวิว

โดย มนัสกวิญ ชางประยูร
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารฯ

เคยสังเกตไหมครับว่า ทุกวันนี้คนรอบตัวเรา ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่และคนทำงานรุ่นใหม่ กำลังเจอปัญหาคล้ายๆ กัน คือโดนตกจากคอนเทนต์สุขภาพที่เปิดไปทางไหนก็เจอ

ฝั่ง #ผู้ใหญ่หรือคนรุ่นพ่อแม่เรา ทุกวันนี้ใช้เวลาไถโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, LINE หรือ YouTube กันวันละหลายชั่วโมง แล้วก็มักจะไปติดกับดักคลิปรายการสุขภาพที่แอบแฝงการขายโฆษณา 

ส่วนอีกฝั่งคือ #วัยรุ่นหรือคนทำงานยุคนี้ ที่ใช้เวลาอยู่บน TikTok หรือ Instagram และเลือกที่จะสั่งซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมสารพัดชนิดจากตะกร้าออนไลน์เพียงเพราะอยากดูดีเร่งด่วน และไม่อยากเผชิญระบบคิวที่เนิ่นนานในโรงพยาบาล

ในความเป็นจริง เรื่องนี้ถ้าโชคดี... ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจจะกระตุ้นให้เกิด #กลไกยาหลอก (Placebo Effect) จนรู้สึกเหมือนอาการดีขึ้นชั่วคราว หรือเสียเงินฟรีโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

แต่ถ้าโชคไม่ดี—โดยเฉพาะกับคนที่มีโรคประจำตัวแฝง หรือมีข้อจำกัดทางสรีรวิทยาเฉพาะบุคคล—มันจะกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตับและไตอักเสบเฉียบพลัน หรือทำให้อาการป่วยที่ควรจะรักษาหายกลับลุกลามจนสายเกินแก้ เพียงเพราะเราเลือกที่จะเสี่ยงดวงกับข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่เท่ากันของมนุษย์

ในฐานะคนที่ทำงานด้านการสื่อสาร สิ่งที่ผมมองเห็นจากปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์สุขภาพ แต่คือการที่ผู้บริโภคกำลังถูก #สงครามข้อมูลข่าวสาร โจมตีอย่างเป็นระบบ โดยที่กลุ่มทุนหัวใสเลือกใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่แตกต่างกันเพื่อขยี้จุดอ่อนของคนแต่ละกลุ่ม

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ สื่อกระแสหลักที่ถูกนำมาตัดต่อใหม่ลงบน Facebook ยังคงเป็นพื้นที่แห่งความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด เพราะพวกท่านเติบโตมากับยุคที่คิดว่า สิ่งที่ได้ออกทีวีคือเรื่องจริงและต้องมีหน่วยงานรัฐคัดกรองมาแล้ว คนทำธุรกิจจึงใช้ช่องโหว่ทางจิตวิทยานี้ทำคอนเทนต์ประเภท #วินิจฉัยโรคจำแลง (Pseudo-Diagnosis)

วิธีการคือเริ่มจากการหยิบยกอาการปลายประสาททั่วไปที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการตึงคอบ่าไหล่ หรือความอ่อนเพลีย มาขยายความให้กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเพื่อ #กระตุ้นความกลัว (Fear Marketing) เช่น การโยงอาการเหล่านี้ไปสู่ภาพจำที่น่าหวาดกลัวอย่างภาวะอัมพฤกษ์หรือเส้นเลือดสมองตีบ พอผู้ฟังเกิดความตื่นตระหนก 

คลิปเหล่านั้นจะปิดการขายทันทีด้วยการเสนอทางเลือกเป็นยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อ้างสรรพคุณครอบจักรวาล

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่การสูญเสียทางเศรษฐกิจ แต่คือการ #ยับยั้งโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคที่แท้จริง (Delayed Treatment) เนื่องจากผู้ป่วยหลงเชื่อคำวินิจฉัยหน้าจอ จนปล่อยให้โรคร้ายลุกลามเกินกว่าที่แพทย์แผนปัจจุบันจะกู้กลับคืนมาได้

ในขณะที่คนทำงานและวัยรุ่นรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าตัวเองเท่าทันสื่อ กลับติดกับดักในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าผ่านทาง #จิตวิทยาความงามและค่านิยมความสำเร็จเร่งด่วน (Instant Gratification) พวกเขาไม่ได้กลัวตายเหมือนผู้ใหญ่ แต่กลัวแก่และกลัวไม่สวย

กลยุทธ์การสื่อสารที่ใช้กับคนกลุ่มนี้จึงเปลี่ยนจาก #การขู่ให้กลัว เป็นการสร้างความไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตา โดยใช้กระบวนการโอนย้ายความน่าเชื่อถือ ยืมภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ ผิวพรรณ และหุ่นที่เนี้ยบกริ๊บของอินฟลูเอนเซอร์มาทำหน้าที่แทนเสื้อกาวน์ของแพทย์ คอนเทนต์จะถูกเคลือบด้วยสิ่งที่เรียกว่า #วิทยาศาสตร์ลวงตา (Pseudo-Science) เช่น สารสกัดชะลอวัยระดับโครโมโซม หรือการดีท็อกซ์ตับขั้นสุด ก่อนจะย่อยให้สั้นและแปะลิงก์ตะกร้าสินค้าให้กดซื้อได้ทันทีในไม่กี่วินาที

พฤติกรรมการซื้ออาหารเสริมตามรีวิวมาบริโภคเองทีละมากๆ โดยไม่มีผลตรวจเลือดรองรับ กำลังสร้างปรากฏการณ์ #ภาวะตับและไตพังจากสารเคมีและยา (Drug-Induced Injury) สารบางตัวยังเข้าไปทำปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction) กับยาหลักที่ใช้อยู่ จนกลายสภาพเป็นพิษต่อระบบภายในโดยไม่รู้ตัว

ความน่ากลัวของการสื่อสารในยุคดิจิทัลคือ ผู้ประกอบการทำงานข้ามแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบ เมื่อเราหรือผู้ใหญ่ในบ้านเผลอกดดูด้วยความสงสัย อัลกอริทึมจะทำหน้าที่สร้าง #ห้องเสียงสะท้อน (Echo Chamber) ด้วยการส่งคอนเทนต์แนวเดียวกันเข้าถล่มหน้าฟีดซ้ำๆ จนระบบคิดวิเคราะห์ของเราเริ่มโอนเอนและปักใจเชื่อไปเองว่าสิ่งนี้คือเรื่องจริงสากลที่ทุกคนต้องกิน

สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำและกระตุกต่อมคิดของผู้เสพสื่อทุกคนคือ #ตับและไตของมนุษย์ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ร่างกายของแต่ละคนมีเงื่อนไขและข้อจำกัดทางชีววิทยาที่ไม่เหมือนกัน การเอาชีวิตไปเสี่ยงวัดดวงกับสคริปต์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อปิดยอดขายจากอินเทอร์เน็ต จึงเป็นความเสี่ยงที่ไร้เหตุผล

หากร่างกายมีสัญญาณเตือน สิ่งเดียวที่เราควรเชื่อถือคือ #การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ #มีใบประกอบวิชาชีพจริง มากกว่าการฝากชีวิตและสุขภาพไว้กับข้อมูลตัดตอนบนหน้าจอโซเชียลมีเดียครับ

#มนัสกวิญ #มนัสกวิญชางประยูร #manuskawin #manuskawinchangprayool #อาจารย์มนัสกวิญ #ตับไตไม่มีอะไหล่เปลี่ยน #เตือนสติ #สุขภาพตับ #สุขภาพไต #อันตรายจากยา #สั่งยาตามเฟซ #เอฟวิตามินตามรีวิว #สั่งยาออนไลน์ #โฆษณาเกินจริง